VIP2541 พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Admin

Pages: [1]
1


อันเดรียส คริสเตนเซ่น นั้นเกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1996 อายุ 23 ปี เป็นคนสัญชาติเดนมาร์ก มีส่วนสูง 1.88 เมตร เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

สำหรับปัจจุบันเล่นให้กับทีมสโมสรเชลซีในตำแหน่งกองหลัง Center Back เข้าร่วมสโมสรเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ด้วยสโมสรเดิมที่ย้ายมาคือ มึนเซ่นกลัดบัค (Monchengladbach) และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2022 ส่วนเสื้อในการเล่นในสโมสรเชลซีเบอร์ 4 ค่าตัวล่าสุดคือ 27 ล้านปอนด์ ปัจจุบันยังเล่นให้กับทีมชาติเดนมาร์กอีกด้วย

หากย้อนไปเมื่อปี ค.ศ.  2012 อันเดรียส คริสเตนเซ่น นั้นเล่นฟุตบอลให้กับทีมเยาวชนบรอนซ์บี ซึ่งตอนนั้นมีอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น แต่เขามีแววการเล่นฟุตบอลที่ดีมากลูกสโมสรใหญ่ๆมากมายมาจีบให้เซ็นสัญญาด้วยไม่ว่าจะเป็นอาร์เซนอล แมนซิตี้ บาเยิร์น และเชลซี แต่สุดท้ายแล้ว อันเดรียส คริสเตนเซ่น ก็ได้ตัดสินใจเข้าร่วมสโมสรกับสิงห์บลูส์ อย่างเชลซี ด้วยคำพูดที่พูดในการเลือกเชลซีว่า เพราะทีมสโมสรนี้มีแนวการเล่นฟุตบอลในแบบที่ตัวเองชอบ

สำหรับข้อมูลการเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาล 2019-2020 ฤดูกาลล่าสุดทีมสโมสรที่เล่นให้ก็คือเชลซีรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกได้ลงทั้งหมด 15 Match เปลี่ยนตัวออก 2ครั้ง

และข้อมูลการแข่งขันฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติฤดูกาล 2019-2020 ในรายการแชมเปียนส์ลีกทีมสโมสรที่เล่นให้ก็คือเชลซีเล่นทั้งหมด 3 match และยังมีรายการยูฟ่าซุปเปอร์คัพให้กับเชลซีอีกรายการหนึ่งได้ลงทั้งหมด 1 match

สำหรับข้อมูลการลงเล่นทีมชาติเดนมาร์ก รายการที่ได้ลงเล่นทั้งหมดคือฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ,ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบคัดเลือก,ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก,ฟุตบอลโลกและยูฟ่าเนชั่นลีก ซึ่งรายการทั้งหมดนี้ได้ลงเล่นรวม 31 match ทำประตูได้ 1 ประตู เปลี่ยนตัวเข้า 5 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 6 ครั้ง

2



สำหรับ มาเตโอ โควาซิช นั้นเป็นนักฟุตบอลที่อยู่ในสโมสรเชลซีเล่นในตำแหน่ง กองกลอง - มิดฟิลด์ตัวกลางเข้าร่วมสโมสรเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2024 สวมเสื้อเบอร์ 17 ลงเล่นให้กับสโมสรเชลซี ค่าตัวล่าสุดคือ 40.50 ล้านปอนด์ สโมสรเดิมคือ เรอัลมาดริด และปัจจุบันยังเล่นให้กับทีมชาติโครเอเชียอีกด้วย

มาเตโอ โควาซิช เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม ค. ศ. 1994 อายุได้ 25 ปี เป็นคนสัญชาติโครเอเชีย ส่วนสูงคือ 1.77 เมตร มีน้ำหนัก 80 กิโลกรัม เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลมากที่สุดคือเท้าขวา

สำหรับฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 มาเตโอ โควาซิช นั้นได้ลงเล่นฟุตบอลในการคุมทีมของแฟรงค์แลมพาร์ด ช่วยปั้นเกมรุกจากแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ มีทักษะในการเลี้ยงบอลชั้นยอด

และที่สำคัญก็ได้ทำประตูแรกให้กับเชลซีได้ เพราะเกือบ 3 ปีที่ ผ่านมาไม่สามารถทำประตูได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งประตูที่ทำได้นั้น เล่นในเกมเยือนบาเลนเซียจากระยะ 20 หลา และ มาเตโอ โควาซิช ก็ได้ทำประตูที่ 2 ในเกมที่แพ้ เอฟเวอร์ตัน ในเกมลีกนั่นเอง

สำหรับข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 รายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกทีมสโมสรคือทีมเชลซีได้รวมทั้งหมด 25 match ทำประตูได้ 1 ประตู เเอสซิสต์ 3 เปลี่ยนตัวเข้า 7 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 5 ครั้ง ใบเหลือง 7 ใบ

สำหรับข้อมูลการลงเล่นบอลถ้วยระดับนานาชาติด้านการแข่ง Champions League แจ้งให้กับทีมสโมสรเชลซีลงทั้งหมด 7 match ทำประตูได้ 3 ประตู เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง เปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้ง แล้วยังลงเล่นในรายการยูฟ่าซุปเปอร์คัพในฤดูกาล 2019-2020 สโมสรที่เล่นให้ก็ทีมเชลซีลงทั้งหมด 1 match เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง

3


สำหรับ เคิร์ต ซูม่า ตำแหน่งปัจจุบันในการเล่นฟุตบอลนั้นคือตำแหน่งกองหลัง Center Back ของเชลซี มีส่วนสูง 1.90 เมตร วันเกิดคือวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1994 อายุ 25 ปี เป็นคนสัญชาติฝรั่งเศส เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

สำหรับสัญญานักเตะของ เคิร์ต ซูม่า กับสโมสรเชลซีรวมเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2014 และจะสิ้นสุดสัญญาลงวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 สำหรับ เคิร์ต ซูม่า นั้นย้ายมาจากสโมสรเอฟเวอร์ตัน ค่าตัวล่าสุดคือ 31.50 ล้านปอนด์และนอกจากเล่นให้กับเชลซีแล้วยังเล่นให้กับประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

สำหรับ เคิร์ต ซูม่า ต้องบอกด้วยว่าเป็นผู้ที่เล่นในตำแหน่งกองหลังเซ็นเตอร์แบ็คที่เยอะที่สุดในเชลซีเลยก็ว่าได้และยังสามารถเล่น ฟุตบอลในตำแหน่งแบ็คขวา หรือตำแหน่งตัวกลางตัวรับได้อีกต้องบอกว่าความสามารถไม่ธรรมดา

สำหรับการลงเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 รายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเคลื่อนที่กับทีมสโมสรเชลซี ลงเล่นทั้งหมด 22 match ทำเข้าประตูตัวเอง 1 ครั้ง เปลี่ยนตัวเข้า 3 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง ใบเหลือง 5 ใบ

สำหรับข้อมูลการเล่นฟุตบอลระดับถ้วยนานาชาติในฤดูกาลที่ผ่านมา คือ 2019-2020 ของ เคิร์ต ซูม่า คือรายการการแข่งขันแชมป์เปียนลีกและยูฟ่าซุปเปอร์คัพเล่นให้กับสโมสรเชลซีเป็นแชมเปียนส์ลีกนั้นได้ลง 6 match  แอสซิสต์ 2 เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง ใบเหลือ 2 ใบ ส่วนการเล่นยูฟ่าซุปเปอร์คัพได้เล่นอยู่ 1 match

ข้อมูลการลงเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสในรายการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ,ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบคัดเลือก,ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกและยูฟ่าเนชั่นลีก ซึ่งทั้งหมดได้ลงเล่นอยู่ 5 แมทช์ ทำประตูได้ 1 ประตู เตรียมตัวเข้า 4 ครั้ง ใบเหลือง 1 ใบ

4


กรานิต ชาก้า เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในทีมอาร์เซนอล เล่นในตำแหน่งกองกลางมิดฟิลด์ตัวรับ อายุ 27 ปี เป็นคนสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เกิดวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1992 ส่วนสูง 1.68 เมตร สำหรับเท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าซ้าย

กรานิต ชาก้า ได้เซ็นสัญญานักเตะสโมสรเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2016 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 สโมสรเดิมที่ย้ายมาคือเมินเชินกลัทบัค การลงเล่นให้กับทีมอาร์เซนอลนั้นจะสวมเสื้อเบอร์ 34 ซึ่งค่าตัวล่าสุดคือ 27 ล้านปอนด์

กรานิต ชาก้า มีชื่อเสียงมาจากการเล่นให้กับสโมสรเมินเชินกลัทบัค ซึ่งตอนนั้นอายุได้เพียง 23 ปี เก่งในเรื่องของการวางลูกยาวและเก่งในเรื่องของการสกัดคู่แข่งอย่างเด็ดขาดและหนักหน่วง

สำหรับการย้ายมาเข้าทีมอาร์เซนอลทีมปัจจุบันเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษคือวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ซึ่งจะย้ายมาหลังจบพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2015-2016 แค่ไม่กี่วันเท่านั้นและย้ายมาก่อนที่จะแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 โดยที่มีค่าตัวอยู่ที่ 35 ล้านปอนด์

สำหรับการยิงประตูลูกแรกของกรานิต ชาก้า คือในช่วงทดเวลาครึ่งหลังของนัดที่ 5 ในรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-2017 ซึ่งกรานิต ชาก้า ลงแข่งขันด้วยเป็นตัวสำรอง เอาชนะไปได้ 1 ต่อ 4 พบกับฮัลล์ซิตี้

สำหรับข้อมูลลงเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 เล่นให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอลในรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกได้ ลงเล่นอยู่ 22 Match แอสซิสต์ 1 เปลี่ยนตัวออก 4 ครั้ง ใบเหลือง 7 ใบ

สำหรับข้อมูลการลงเล่นถ้วยระดับนานาชาติเล่นให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอลในรายการการแข่งขันยูโรป้าลีกได้ลง 4  Match ใบเหลือง 2 ครั้ง

5


เซดริก โซอาเรส ตำแหน่งปัจจุบันในการเล่นให้กับทีมอาร์เซนอลคือ กองหลัง เกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1991 อายุประมาณ 28 ปี ส่วนสูง 1.70 เมตร สัญชาติโปรตุเกส และเท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลมากที่สุดคือเท้าขวา

เซดริก โซอาเรส ได้ร่วมสโมสรกับอาเซนอลเมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2020 ได้ร่วมเซ็นสัญญานักเตะและจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สำหรับค่าตัวล่าสุดของ เซดริก โซอาเรส คือ 9 ล้านปอนด์ สโมสรเดิมที่ย้ายเข้ามาคือเซาแธมป์ตัน

เซดริก โซอาเรส ถือว่าเป็นกองหลังใหม่ของอาร์เซนอลเลยก็ว่าได้ เพราะกำลังหมดสัญญากับเซาแธมป์ตัน หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา และอาร์เซนอลก็ได้คว้าตัวมาร่วมทัพในเดือนมกราคมเลยทันที

ข้อมูลเล่นฟุตบอลลีกในฤดูกาล 2019-2020 คือเล่นให้กับทีมสโมสรเซาแธมป์ตันในรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีก เซดริก โซอาเรส ได้ลงเล่นทั้งหมด 16 match assist 1 เปลี่ยนตัวออก 4 ครั้ง ได้ใบเหลือง 1 ครั้ง

สำหรับข้อมูลการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติในฤดูกาล 2019-2020 ทีมสโมสรที่เล่นให้คืออินเตอร์มิลานในรายการการแข่งขันยูโรปาลีก ได้ลงทั้งหมด 4 Match เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้ง เปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้งใบเหลือง 1 ครั้ง

ในการเล่นทีมชาติรายการการแข่งขันก็จะมีฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ,ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก,ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป,ฟุตบอล confederation Cup ,ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบคัดเลือก,ฟุตบอลโลกและUEFA Nations League ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันแล้วได้ลงเล่นทั้งหมด 33 แมทช์ ทำประตูได้ 1 ประตูเปลี่ยนตัวเข้า 4 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 3 ครั้ง ใบเหลือง 4 ครั้ง รวมเวลาลงเล่นทั้งหมดคือ 2770 นาที

6


คาลั่ม แชมเบอร์ส ถือว่าเป็นผู้เล่นอีกคนของอาร์เซนอลที่เป็นกองหลัง-แบ็คขวา อายุเพียง 25 ปี เกิดวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1995 สำหรับ คาลั่ม แชมเบอร์ส นั้นเป็นคนสัญชาติอังกฤษ ส่วนสูงคือ 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือ เท้าขวา

คาลั่ม แชมเบอร์ส ได้เซ็นสัญญาร่วมสโมสรกับอาร์เซนอลเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ในสัญญาจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2022 ปัจจุบันค่าตัวของ คาลั่ม แชมเบอร์ส คือ 16.20 ล้านปอนด์จากสโมสรเดิมคือ ฟูแล่ม และยังเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษอีกด้วย

คาลั่ม แชมเบอร์ส นั้นติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในครั้งแรก ในเดือนกันยายนที่อังกฤษพบกับนอร์เวย์ในนัดกระชับมิตร

สำหรับการย้ายมาอยู่ทีมอาร์เซนอลคือจากฤดูกาล 2012 ถึง 2013 มา 2 ปีครึ่ง เล่นพรีเมียร์ลีก โดยมีค่าตัวทั้งหมด 16 ล้านปอนด์

คาลั่ม แชมเบอร์ส สามารถยิงให้กับอาร์เซนอลครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกนัดที่อาร์เซนอลพบกับเบิร์นลี่ย์ ในนาทีที่ 72 ซึ่งได้ทำการยิงซ้ำลูกของแดนนี่ เวลเบก ซึ่งในนัดนั้นส่งผลให้ชนะด้วยสกอร์ 3 ต่อ 0

สำหรับเกียรติประวัติที่เล่นให้กับสโมสรอาร์เซนอลคือ สโมสรได้รับ เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2014

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการลงเล่นให้กับฟุตบอลลีกในฤดูกาล 2019-2020 ทีมสโมสรที่เล่นให้คืออาร์เซนอลซึ่งได้ลงทั้งหมด 14 Match ทำประตูได้ 1 ประตู แอสซิสต์ 1 เปลี่ยนตัวออก 1 ครั้งเปลี่ยนตัวเข้า 2 ครั้งใบเหลือง 5 ใบ

ข้อมูลการลงเล่นให้กับฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาล 2019-2020 เล่นให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอลในรายการแข่งขันยูโรป้าลีกได้ลงทั้งหมด 3 Match เปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้งใบเหลือง 1 ใบ

7


เจมส์ มิลเนอร์ นั้นเล่นตำแหน่งกองกลางมิดฟิลด์ตัวกลางของลิเวอร์พูล ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1986 ปัจจุบันอายุ 34 เขาเป็นคนสัญชาติอังกฤษ ส่วนสูง 1.75 เมตร และเท้าที่ถนัดที่สุดคือเท้าขวา

เจมส์มิลเนอร์ นั้นได้ย้ายมาจากสโมสรเดิมคือ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ได้ร่วมสโมสรกับลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 และจะสิ้นสุดสัญญา 30 มิถุนายน ค.ศ. 2012 เจมส์มิลเนอร์ ได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ในการลงเล่นในสโมสรลิเวอร์พูล

สำหรับปัจจุบันฤดูกาล 2019-2020 ในวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2019 นั้นได้มีการต่อสัญญากับ Liverpool ให้อยู่ไปถึงปี 2022 และที่สำคัญวันที่ 26 ธันวาคม ค. ศ. 2019 เจมส์มิลเนอร์ได้แข่งกับเลสเตอร์ซิตี้และได้ทำประตูให้กับทีม 2 ประตู ด้วยกัน ซึ่งเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้ได้ถึง 4-0 เลยทีเดียว

สำหรับประวัติของเจมส์มิลเนอร์ ตอนอยู่ Newcastle คือ UEFA Intertoto Cup 2006 และเมื่ออยู่ Manchester City คือพรีเมียร์ลีก 2011-2012 2013-2014 2010-2011 ฟุตบอลลีกคัพ 2013 ถึง 2014 และ AF คอมมิวนิตี้ชีลด์ 2012 และอยู่ใน Liverpool UEFA Champions League 2018-2019 UEFA Super Cup 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์โลกสโมสรโลก 2019 ครั้งล่าสุด

สำหรับรางวันส่วนตัวที่ได้รับคือ pfa Young Player of the year 2009-2010 และ pfa team of the year 2009 ถึง 2010 ในพรีเมียร์ลีก

สำหรับสถิติอาชีพนั้นเมื่ออยู่ในลีดส์ยูไนเต็ดลงเล่น 54 นัด ทำประตูได้ 5 ประตู เมื่ออยู่ใน Newcastle United ทำประตูทั้งหมด 12 ประตู และลงเล่น 141 นัด แอสตันวิลล่าทำประตูได้ 19 ประตู และได้ลงเล่น 93 นัด เมื่ออยู่แมนเชสเตอร์ซิตี้ 202 นัด ทำประตูได้ 18 ประตู และเมื่ออยู่ลิเวอร์พูลทำประตูได้ทั้งหมด 26 ประตู ลงเล่น 210 นัด รวมสถิติทั้งหมดคือลงเล่น 735 นัด ทำประตูได้ 84 ประตู

8

สำหรับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ นั้นเล่นอยู่สโมสรลิเวอร์พูล ตำแหน่งปัจจุบันของโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่
คือ กองหน้าตัวเป้า ถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี เขาได้เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1991 อายุ 28 ปี สัญชาติบราซิล ส่วนสูงคือ 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดที่สุดคือเท้าขวา

สำหรับสัญญานักเตะของ โรแบร์โต้   ฟีร์มิโน่  เมื่อเข้าร่วมสโมสรคือ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งย้ายมาจากสโมสรเดิมคือ ฮาฟเฟ่นไฮม์ สวมเสื้อเบอร์ 9 ค่าตัวล่าสุดของ โรแบร์โต้   ฟีร์มิโน่  คือ 81 ล้านปอนด์ สำหรับปัจจุบันนั้นเล่นให้กับทีมชาติของบราซิลและจะสิ้นสุดสัญญากับลิเวอร์พูลในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023

เกียรติประวัติของ โรแบร์โต้   ฟีร์มิโน่  คือ การไปสโมสรลิเวอร์พูลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2018-2019 ยูฟ่าซูเปอร์คัพในฤดูกาล 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 ทีมชาติคือบราซิล ในรายการโกปาอเมริกา 2019

รางวัลส่วนตัวคือ Bundesiga Breakthrough of the season ในฤดูกาล 2013-2014 รางวัล pfa Player of the Moss January 2016 รางวัล paf fans' Player of the month มกราคม 2016 รางวัล UEFA Champions League Squad of the season ในฤดูกาล 2017-2018 รางวัล Samba gold 2018 รางวัล Standard Chartered Liverpool Player of the month มกราคม 2016 มกราคม 2018 และกันยายน 2019 และรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของ EA Sport มกราคม 2016 เมษายน 2017 มกราคม 2018 และมกราคม 2019

สำหรับสถิติอาชีพของ โรแบร์โต้   ฟีร์มิโน่  ตั้งแต่  ฟีเกย์เรงซี ลงเล่นทุกรายการได้ลงเล่น 53 นัด ทำประตูได้ 12 ประตู และ สโมสร ฮ็อฟเฟินไฮม์ ได้ลงเล่นทุกรายการทั้งหมด 153 นัด ทำประตูได้ 49 ประตู และสโมสรล่าสุดคือสโมสรลิเวอร์พูลลงเล่นทุกรายการได้ลงเล่น 235 นัด และทำประตูรวมได้ 77 ประตู รวมสถิติทั้งหมดที่ โรแบร์โต้   ฟีร์มิโน่  ได้ลงเล่นทุกสโมสรคือ 441 นัด และทำประตูรวมได้ 138 ประตู สำหรับสถิติทีมชาติร่วมกับทีมชาติบราซิลรวมแล้วได้ลงทั้งหมด 44 นัด และได้ทำประตูไปทั้งหมด 12 ประตู

9

สำหรับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั้นถือว่าเป็นกองหน้าตัวริมเส้นด้านขวาของลิเวอร์พูลที่มีฝีมือมากๆ เขาคนนี้เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนค.ศ 1992 ปัจจุบันอายุได้ 27 ปี สัญชาติอียิปต์ ส่วนสูง 1.75 เมตร ถนัดเท้าซ้าย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นั้นได้ร่วมสโมสรยักษ์ใหญ่กับลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 โดยที่ย้ายมาจากสโมสรโรม่า เล่นให้กับลิเวอร์พูลสวมเสื้อเบอร์ 11 และจะสิ้นสุดสัญญากับลิเวอร์พูลวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023 และสังกัดทีมชาติคือทีมชาติอียิปต์ ค่าตัวล่าสุดคือ 135 ล้านปอนด์

สำหรับเกียรติประวัติสโมสรบาเซิลสวิสซูเปอร์ลีกฤดูกาล 2012-2013 ฤดูกาล 2013 ถึง 2014 เชลซีพรีเมียร์ลีก 2014-2015 และฟุตบอลลีกคัพ 2014-2015 เมื่อย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลได้ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก 2018-2019 UEFA Super Cup 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2019 ผลงานของทีมชาติก็คือทำให้อียิปต์ได้ African Youyh ChampionShip Bronze Medal 2011 และAfrican cup of Nations Runner-up 2017 ส่วนรางวัลส่วนตัวต้องบอกว่ามีมากมายนับไม่ถ้วน

สำหรับสถิติอาชีพกับสโมสรของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือ EI Mokawloon ได้ลงเล่นทำตู้ไปได้ 12 ประตู และลงเล่นทุกรายการคือ 44 นัด เล่นกับบาเซิลลงเล่น 79 นัด ทำประตูได้ 20 ประตู เล่นกับเชลซีทำประตูได้ 2 ประตู และลงเล่น 19 นัด เล่นกับฟิออเรนติน่ายืมตัวและโรม่ายืมตัว และเล่นกับโรม่าจริงๆ ทำประตูได้ 34 ประตู ลงเล่น 83 นัด และเล่นกับลิเวอร์พูลปัจจุบันได้เล่น 144 นัด ทำประตูได้ถึง 91 ประตู เลยทีเดียว รวมสถิติรวมของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือ 395 นัด ที่ลงเล่น และทำประตูได้ทั้งหมด 168 ประตู

สำหรับการลงเล่นกับทีมชาติอียิปต์ลงเล่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 จนถึง ค.ศ. 2019 เล่นทั้งหมดอยู่ 67 นัด ทำประตูได้ถึง 41 ประตู

10

สตีฟ โบลด์  เล่นในตำแหน่งกองหลังให้กับ อาเซน่อล ในฤดูกาล 1997/1998 เขาได้ลงสนาม 29 นัดรวมทุกรายการ อยู่ในสนามเป็นเวลา 2,447 นาที ยิงประตูไม่ได้เลย จ่าย 2 แอสซิสต์

สตีฟ โบลด์ ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก 24 นัด เป็นตัวจริง 21 นัด เป็นตัวสำรอง 3 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 1,970 นาที ยิงประตูไม่ได้ จ่ายไป 2 แอสซิสต์  โดยในนัดที่ 3 ถึงนัดที่ 14  เขาได้ลงสนาม 12 นัดติดต่อกัน และได้ลงเล่นในฐานะกัปตันทีมของ อาเซน่อล 2 นัดด้วยกัน

จบฤดูกาลนั้น อาเซน่อล เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยสถิติชนะ23 เสมอ9 แพ้ 6 ยิงได้ 68 เสีย 33 ประตู มี 78 คะแนน โดยพวกเขามีแต้มเหนือกว่ารองแชมป์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น  อันดับ3 ลิเวอร์พูล และอันดับ4 เชลซี ขณะที่อันดับ5 ลีดส์ ยูไนเต็ด

ฟุตบอลเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1997/1998 สตีฟ โบลด์  ไม่ได้ลงสนามเลย โดยมีรายชื่อเป็นเพียงตัวสำรองในนัดชิงชนะเลิศ ที่อาเซน่อลมีชัยเหนือ นิวคาสเซิล 2-0  จาการยิงของ มาร์ก โอเวอร์มาส์ และนิโคล่า อเนลก้า แต่ไม่ได้ถูกส่งลงสนาม

ฟุตบอลลีกคัพ ฤดูกาล 1997/1998 สตีฟ โบลด์ ได้ลงสนาม 3 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 3 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 300 นาที  เขาได้ลงเล่น 120 นาทีในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่อาเซน่อลมีชัยเหนือโคเวนทรี 1-0 นัดที่2 ลงเล่น 90 นาทีเต็ด ในนัดที่อาเซน่อล มีชัยเหนือ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และนัดที่3 ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศนัดแรก ที่อาเซน่อล เอาชนะ เชลซี 2-1 ส่วนรอบรองชนะเลิศนัดที่2 สตีฟ โบลด์ ไม่ได้ลงสนาม ซึ่งนัดนั้น อาเซน่อล แพ้ เชลซี 1-3 ตกรอบนั้นด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-4

ฟุตบอลยูฟ่าคัพ 1997/1998 สตีฟ โบลด์ ได้ลงสนาม 2 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 187 นาที นัดแรกทีมบุกไปแพ้ POAK 0-1 จากนั้นในนัดที่2 มาเสมอกันที่ไฮบิวรี่ 1-1 ทำให้ อาเซน่อล ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 1-2 สรุปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์

สตีฟ โบลด์ ลงเล่น 29 นัด ให้กับอาเซน่อล ส่วนคนที่ได้ลงสนามมากที่สุดคือ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น 49 นัด และมาร์ก โอเวอร์มาส์ 46 นัด ,สตีฟ โบลด์  ได้รับใบเหลือง 9 ใบ เป็นรองเพียงแค่ ปาทริค วิเอร่า ที่ได้ใบเหลือง 10 ใบ

11


ดาวิด แพลท เล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวรุก  ฤดูกาล 1997/1998 ดาวิด แพลท ได้ลงสนาม 37 นัดรวมทุกรายการ
อยู่ในสนามเป็นเวลา 1,643 นาที แบ่งเป็นการลงเล่นพรีเมียร์ลีก 31 นัด เป็นตัวจริง 11 นัด เป็นตัวสำรอง 20 นัด
อยู่ในสนามเป็นเวลา  1410 นาที ยิง 3 ประตู จ่าย3แอสซิสต์

โดย 1 ใน 3 ประตูที่ทำได้ เกิดขึ้นในนัดที่ 14 ที่อาเซน่อล มีชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-2
ดาวิด แพลท ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีก 12 นัด ติดต่อกันในช่วงนัดที่ 8-20
แต่เป็นการลงเล่นตัวจริงเพียงแค่ 5 นัด สำรอง 7 นัด โดย ดาวิด แพลท ได้ลงสนาม 90 นาทีเต็ม
ในพรีเมียร์ลีก 5 นัดติดต่อกัน ในช่วงนัดที่ 14-17 ซึ่งอาเซน่อลแพ้ถึง 3 นัด จบฤดูกาลนั้นอาเซน่อล
เป็นแชมปืพรีเมียร์ลีกด้วยการมีแต้มเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน

ฟุตบอลเอฟเอคัพ 1997/1998 ดาวิด แพลท ได้ลงสนามเพียงแค่ 1 นัดอยู่ในสนาม 28 นาที
ซึ่งนัดนั้นเป็นรอบชิงชนะเลิศ อาเซน่อล เอาชนะ นิวคาสเซิล 2-0 จากการทำประตูของ มาร์ก โอเวอร์มา
และนิโคล่า อเนลก้า ฟุตบอลลีกคัพ 1997/1998 ดาวิด แพลท ได้ลงสนาม 3 นัด ได้เล่น 120 นาทีเต็มในรอบที่4
ที่อาเซน่อล เอาชนะ โคเวนทรี่ 1-0 และนัดที่2 ได้ลงเป็นตัวำรอง 6 นาที ในรอบรองชนะเลิศนัดแรกที่เชลซี
เอาชนะ เอเซน่อล 2-1 นัดที่3 ได้ลงเป็นสำรอง 45 นาที ในรอบรองชนะเลิศนัดที่2 ที่อาเซน่อล
บุกไปแพ้ เชลซี 1-3 ตกรอบด้วยสกอร์รวม 3-4
ฟุตบอลยูฟ่าคัพ 1997/1998 ดาวิด แพลท ได้ลงสนาม 2 นัด นัดแรก ลงเป็นตัวสำรอง 19 นาที
อาเซน่อล บุกไปแพ้ PAOK 0-1 นัดที่2 ลงเป็นตัวสำรอง 16 นาที อาเซน่อล เสมอ PAOK 1-1
ทำให้อาเซน่อล ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 1-2

สรปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อล ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ โดยที่ ดาวิด แพลท
มีส่วนร่วมกับทีม 37 นัด ส่วนคนที่ได้ลงสนามมากที่สุดคือ ไนเจล วินเทอร์เบิร์น 49 นัด
ดาวิด แพลท ยิงได้ 3 ประตู คนที่ยิงประตูให้อาเซน่อลมากที่สุดคือ เดนนิส เบิร์กแคม 22 ประตู

12


เดวิด เจมส์ เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู ฤดูกาล 1997/1998 ได้ลงสนาม 37 นัดรวมทุกรายการ
อยู่ในสนามเป็นเวลา 3,360 นาที เสียไป 37 ประตู เก็บคลีนชีตได้ 16 นัด ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด  แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 27 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 2,430 นาที เสีย 26 ประตู

และเก็บคลีนชีต 11 นัด จบฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล ชนะ18 เสมอ11 แพ้9 มี 65 คะแนน ได้อันดับที่ 3 ของพรีเมียร์ลีก ส่วนแชมป์ตกเป็นของอาเซน่อล 78 คะแนน รองแชมป์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 77 คะแนน อันดับ4เชลซี 63 คะแนน อันดับ5 ลีดส์ ยูไนเต็ด 59 คะแนน

ฟุตบอลเอฟเอคัพ 1997/1998 เดวิด เจมส์ได้ลงสนามเพียงแค่นัดเดียว เพราะลิเวอร์พูล จอดป้ายแค่รอบ 3 โดยการแพ้คาบ้านให้กับ โคเวนทรี ซิตี้ 1-3 โดยนัดนั้นดาเรน ฮัคเคอร์บี้ ของโคเวนทรี ยิง 1 และจ่ายอีก 2 แอสซิสต์

ทางด้านฟุตบอลลีกคัพ เดวิด เจมส์ ได้ลงสนาม 5 นัด รอบ3 ลงสนาม 90 นาทีเต็มลิเวอร์พูล เอาชนะเวสบรอมบริช อัลเบี้ยน 2-0 รอบที่4 ชนะกริมส์บี้ ทาวน์ 3-0 รอบที่5 ชนะนิวคาสเซิลในช่วงต่อเวลา 120 นาที 2-0 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ นัดแรกลิเวอร์พูลเล่นในแอนฟิลด์ เอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรซ์ 2-1 ก่อนจะบุกไปแพ้ที่บ้านเดอะโบโร่ 0-2 ทำให้ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 2-3

ฟุตบอลยูฟ่าคัพ 1997/1998 เดวิด เจมส์   ได้ลงสนาม 4 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 360 นาที
รอบแรกนัดแรกลิเวอร์พูลบุกไปเสมอเซลติก 2-2 ก่อนที่นัดที่2 จะมาเล่นในแอนฟิลด์เสมอกัน 0-0 ทำให้ลิเวอร์พูล เข้ารอบด้วยกฎการยิงประตูทีมเยือน เข้าสู่รอบ2 นัดแรกลิเวอร์พูล บุกไปแพ้ สตาบรูกซ์ ที่ฝรั่งเศส 0-3 ก่อนที่นัดที่ 2 มาเอาชนะที่แอนฟิลด์ 2-0 ตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 2-3

สรุปฤดูกาล 1997/1998 ลิเวอร์พูล ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับที่3 ในพรีเมียร์ลีก ไม่มีแชมป์รายการใดติดมือเลยแม้แต่รายการเดียว
นักเตะที่ยิงประตูให้ลิเวอร์พูลมากที่สุดรวมทุกรายการคือ ไมเคิล โอเว่น 23ประตู
นักเตะที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดของลิเวอร์พูลคือ ไมเคิล โอเว่น 18 ประตู
นักเตะที่ลงสนามให้ลิเวอร์พูลมากที่สุด รวมทุกรายการคือ สตีฟ แม็คมานามาน 46 นัด
นักเตะที่ลงสนามในพรีเมียร์ลีกมากที่สุดของลิเวอร์พูลคือ สตีฟ แม็คมานามาน 36 นัด และไมเคิล โอเว่น 36 นัด

13

อิวาน คอร์โดบ้า เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปี 1971 ที่ประเทศโคลัมเบีย
เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 1993 กับสโมสร เดปอติโว่  ริโอเนโกร
ก่อนจะย้ายไปอยู่กับแอตเลติโก้ นาซิอองนาลในปี 1996  และย้ายไปอยู่กับซานโรเลนโซ่
ในปี 1998 จนถึงปี 2000

ฤดูกาล 1999/2000 อินเตอร์ มิลานจ่ายเงิน 16 ล้านยูโร ซื้อตัว อิวาน คอร์โดบ้า มาจาก
ซานโรเลนโซ่ ฤดูกาลแรกเค้าได้ลงเล่น 25 นัด อินเตอร์ มิลาน จบอันดับที่4 ในกัลโช่ ซีเรียอา
ส่วนแชมป์ตกเป็นของลาซิโอ

เข้าสู่ฤดูกาล 2005/2006  อิวาน คอร์โดบ้า ได้ลงสนาม 48 นัด ยิงไป 4 ประตู
ได้ลงเล่นในกัลโช่ ซีเรียอา 35 นัด อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์กัลโช่ ซีเรียอา มาครองได้สำเร็จ
โดยพวกเค้ามีแต้มเหนือโรม่า 7 คะแนน และอินเตอร์เสียแค่ 30 ประตูน้อยที่สุดในลีก
เท่านั้นยังไม่พอ อินเตอร์ยังสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโคปา อิตาเลียมาครองได้อีก 1 รายการ
โดยอินเตอร์ มีชัยเหนือโรม่า 3-1 กลายเป็นดับเบิ้ลแชมป์ของฟุตบอลอิตาลี
   
ฤดูกาล 2006/2007 อิวาน คอร์โดบ้า ได้ลงเล่น 41 นัดรวมทุกรายการ 
แบ่งเป็นการลงเล่นในกัลโช่ ซีเรียอา 29 นัด  จบฤดูกาลนั้นอินเตอร์ พ่ายแพ้แค่นัดเดียวตลอดฤดูกาล
คว้าแชมป์กัลโช่ ซีเรียอา  โดยมีแต้มทิ่งห่างโรม่า รองแชมป์มากถึง 22 คะแนน
   
เข้าสู่ฤดูกาล 2009/2010  อิวาน คอร์โดบ้า ได้ลงสนาม 25 นัดรวมทุกรายการ
อินเตอร์ มิลาน ที่อยู่ภายใต้การคุมทีมของโจเซ่ มูริญโญ่ คว้าแชมป์กัลโช่ ซีเรียอามาครอง
ด้วยการมีแต้มเหนือโรม่า 2 คะแนน ตามมาด้วยแชมป์โคปา อิตาเลีย จากชัยชนะเหนือโรม่า 1-0 
ซึ่งอิวาน คอร์โดบ้า ได้ลงเป็นตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกในนาที 39
แทนที่โดย วอเตอร์ ซามูเอล กองหลังทีมชาติอาเจนติน่า เท่านั้นยังไม่พอ ลูกทีมของมูริญโญ่
ยังก้าวไปเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนลีก จากชัยชนะเหนือ บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเยอรมัน
2-0 ซึ่งอิวาน คอร์โดบ้า มีชื่อเป็นตัวสำรอง แต่ไม่ได้ลงสนามในนัดนั้น
   
หลังจากจบฤดูกาลนั้น อิวาน คอร์โดบ้า อยู่กับอินเตอร์ จนถึงฤดูกาล 2011/2012
ลงสนามไปทั้งหมด 455 นัด ยิงได้ 18 ประตู คว้าแชมป์กัลโช่ ซีเรียอา 5 สมัยแชมป์โคปาอิตาเลีย 4 สมัย
และแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปียนลีก 1 สมัย

Pages: [1]

พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000